รถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด หรือรถน้ำมัน เปรียบเทียบต้นทุนรวม 5 ปีแบบเข้าใจง่าย
วิเคราะห์ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถ 5 ปีของรถ BEV, PHEV, HEV และรถน้ำมัน จากแบบจำลองของ ttb analytics ระยะทางต่อปีคือคำตอบสำคัญ

คำถามที่ผู้ซื้อรถยุคนี้ถามบ่อยที่สุดคือ รถยนต์ไฟฟ้าคุ้มกว่ารถไฮบริดหรือรถน้ำมันจริงหรือไม่ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน โดยเฉพาะระยะทางที่ขับต่อปี แบบจำลองต้นทุนรวมการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership) ที่ ttb analytics เผยแพร่ผ่าน Thai PBS เมื่อมิถุนายน 2026 ช่วยให้เห็นภาพนี้ได้ชัดเจน
สมมติฐานของการเปรียบเทียบ
แบบจำลองใช้รถใหม่ราคาประมาณ 830,000 บาท ถือครองเป็นเวลา 5 ปี และเปรียบเทียบรถสี่ประเภท ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ไฮบริด (HEV) และรถเครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยพิจารณาทั้งราคารถ ค่าพลังงาน ค่าบำรุงรักษา และปัจจัยค่าใช้จ่ายอื่นตลอดช่วงถือครอง
ขับน้อย 10,000 กิโลเมตรต่อปี
- BEV และ PHEV มีต้นทุนรวมใกล้เคียงกันที่ราว 680,000 บาท หรือประมาณ 13.6 บาทต่อกิโลเมตร
- ICE และ HEV มีต้นทุนรวมราว 580,000–630,000 บาท หรือประมาณ 11.6–12.7 บาทต่อกิโลเมตร
ในกรณีที่ใช้รถน้อย ความประหยัดด้านพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่มากพอจะชดเชยปัจจัยด้านอื่น รถยนต์ไฟฟ้าจึงยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุดในเชิงตัวเลข
ขับมาก 30,000 กิโลเมตรต่อปี
- BEV มีต้นทุนรวมต่ำที่สุดที่ราว 750,000 บาท หรือประมาณ 5 บาทต่อกิโลเมตร
- HEV และ PHEV อยู่ที่ราว 770,000–850,000 บาท หรือประมาณ 5.2–5.7 บาทต่อกิโลเมตร
- ICE สูงที่สุดที่ราว 960,000 บาท หรือประมาณ 6.4 บาทต่อกิโลเมตร
เมื่อระยะทางเพิ่มขึ้น ค่าไฟฟ้าที่ต่ำกว่าค่าน้ำมันต่อกิโลเมตร และค่าบำรุงรักษาที่ไม่มีรายการอย่างน้ำมันเครื่อง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดอย่างชัดเจน ความต่างกับรถน้ำมันในกรณีนี้สูงกว่า 200,000 บาทตลอดห้าปี
ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์ของท่านต่างออกไป
- แหล่งชาร์จหลัก การชาร์จที่บ้านด้วยอัตราค่าไฟช่วงกลางคืนมักถูกกว่าการชาร์จเร็วตามสถานีสาธารณะ
- ราคาน้ำมัน ปี 2026 ราคาน้ำมันในประเทศปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยิ่งเพิ่มความได้เปรียบของรถยนต์ไฟฟ้า
- ราคารถและสิทธิประโยชน์ เงินอุดหนุนตามมาตรการ EV 3.5 และโปรโมชันของแต่ละแบรนด์ส่งผลต่อต้นทุนเริ่มต้น
- ประกันภัยและมูลค่าขายต่อ เป็นตัวแปรที่ควรนำมาพิจารณาร่วมด้วยตามรุ่นและแบรนด์
อีกประเด็นที่ควรคำนึงคือ ต้นทุนต่อกิโลเมตรเป็นค่าเฉลี่ยตลอดช่วงถือครอง ซึ่งรวมทั้งราคารถที่จ่ายไปตั้งแต่วันแรก ดังนั้นการเลือกรุ่นที่มีขนาดและความจุแบตเตอรี่พอดีกับการใช้งาน โดยไม่จ่ายเกินความจำเป็น ก็เป็นวิธีลดต้นทุนรวมที่ได้ผลไม่แพ้การเลือกประเภทของระบบขับเคลื่อน
สรุปได้ว่า หากท่านใช้รถเดินทางระยะไกลเป็นประจำ เช่น ผู้ที่อยู่อยุธยาและเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หรือนิคมอุตสาหกรรมทุกวัน รถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว ส่วนผู้ที่ใช้รถน้อย ควรพิจารณาปัจจัยด้านความสะดวกและความชอบส่วนตัวควบคู่ไปด้วย
ทีมงาน Motor Creation ยินดีช่วยคำนวณต้นทุนรวมตามระยะทางและรูปแบบการใช้งานจริงของท่าน พร้อมเปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่าง ๆ จาก Deepal, Geely, Riddara และ Farizon เชิญปรึกษาและทดลองขับได้ที่โชว์รูมของเรา
ที่มา: Thai PBS (ttb analytics) · เรียบเรียงโดยทีมงาน Motor Creation



ช่องทางออนไลน์
เลือกแพลตฟอร์ม แล้วเลือกช่องที่ต้องการติดตาม